วิธีการช่วยเหลืออย่างถูกวิธี
การติดค้างของลิฟต์โดยทั่วๆไป แบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ..
1.ลิฟต์ติดค้าง เสมอ หรือใกล้เคียงกับระดับชั้น
2.ลิฟต์ติดค้าง สูง หรือต่ำกว่าระดับชั้นไม่เกิน 3 ฟุต (914มม.)
3.ลิฟต์ติดค้าง สูง หรือต่ำกว่าระดับชั้นมากกว่า 3 ฟุต (914มม.)
1.ขั้นตอนการช่วยเหลือกรณีลิฟต์ติดค้าง เสมอ หรือใกล้เคียงกับระดับชั้น
1.1 ทำการปิด MAIN BREAKER เพื่อตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้กับลิฟต์ เพื่อความปลอดภัยใน
ขณะทำการช่วยเหลือ
1.2 ในกรณีนี้ลิฟต์บางยี่ห้อ สามารถเปิดประตูด้วยมือได้เลย หากเปิดไม่ได้ต้องใช้กุญแจฉุกเฉิน
ไขประตูบานนอกแล้วใช้มือดันประตูออก ในกรณีนี้เมื่อดันเปิดประตู จะสามารถเปิดได้ทั้ง
ประตูหน้าชั้นและประตูในลิฟต์ออกได้พร้อมกัน ซึ่งจะต้องใช้แรงในการเปิดมากพอสมควร
1.3 เมื่อเปิดประตูลิฟต์ออกเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้โดยสารทยอยออกจากลิฟต์โดยคอยเตือนผู้โดยสาร
ให้ระวังกรณีพื้นลิฟต์ไม่สม่ำเสมอเพราะอาจจะเกิดอันตรายเนื่องจากการสะดุดทำให้หกล้มได้
2.ขั้นตอนการช่วยเหลือกรณีลิฟต์ติดค้างสูง หรือต่ำกว่าระดับชั้นไม่เกิน 3 ฟุต (914 มม.)
2.1 ทำการปิด MAIN BREAKER เพื่อตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้กับลิฟต์ เพื่อความปลอดภัยใน
ขณะทำการช่วยเหลือ
2.2 ใช้กุญแจฉุกเฉินไขประตูบานนอก ของชั้นที่ใกล้กับลิฟต์มากที่สุด ในกรณีนี้จะเปิดออกเฉพาะ
ประตูบานนอกอย่างเดียว
2.3 ใช้มือผลักเปิดประตูบานใน (ซึ่งบางยี่ห้อสามารถผลักเปิดได้เลย บางยี่ห้อต้องทำการหมุนที่
สายพานของชุดควบคุมการ ปิด-เปิด ประตู)
2.4 เมื่อประตูเปิดออกเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ทำการช่วยเหลือคนหนึ่งเข้าไปในลิฟต์ เพื่อคอยแนะนำ
และช่วยเหลือผู้โดยสาร
2.5 ในการช่วยนำผู้โดยสารออกจากลิฟต์ ในกรณีนี้จะต้องมีบันได หรือเก้าอี้เพื่อให้ผู้โดยสาร
ขึ้นหรือลงอย่างสะดวกและปลอดภัย
* ในกรณีตัวลิฟต์ติดค้าง สูงกว่าชั้นจะต้องมีอุปกรณ์สำหรับกั้นที่หน้าชั้นลิฟต์ เพื่อกั้นบันไดหรือเก้าอี้ลื่นไถล ในขณะผู้โดยสารก้าวลงมา
3.ขั้นตอนการช่วยเหลือกรณีลิฟต์ติดค้างสูง หรือต่ำกว่าระดับชั้นมากกว่า 3 ฟุต (914 มม.)
การช่วยเหลือทำได้ 2 กรณีคือ
3.1 กรณีที่สามารถหมุนลิฟต์ให้เคลื่อนที่ได้ ซึ่งลิฟต์ทุกเครื่องจะสามารถทำการหมุนได้โดยใช้
อุปกรณ์สำหรับเปิดเบรก แล้วใช้มือหมุนเพื่อให้ตัวลิฟต์ใกล้ชั้นที่จะทำการช่วยเหลือมากที่สุด
การปฏิบัติมีดังนี้
» ทำการเปิด MAIN BREAKER เพื่อตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้ลิฟต์ เพื่อความปลอดภัยใน
ขณะทำการช่วยเหลือ
» ผู้ให้ความช่วยเหลือต้องขึ้นยังห้องเครื่องในขณะก่อนขึ้นไปยังห้องเครื่อง ให้สอบถาม
ตำแหน่งหรือหาตำแหน่งว่าลิฟต์ค้างอยู่ระหว่างชั้นใดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าประตู
หน้าชั้นถูกปิดสนิททุกชั้น
» ใช้อุปกรณ์สำหรับปลดเบรกที่เครื่องจักรขับลิฟต์(แต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกัน) ในขั้นตอนนี้
ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะว่าเมื่อเบรกโดนปลดลิฟต์อาจจะเคลื่อนที่เองได้โดยไม่ต้อง
หมุน (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารที่ติดค้างอยู่ในลิฟต์)
» ในขณะปลดเบรกออก หากลิฟต์สามารถ เคลื่อนที่ได้ ให้บังคับการเคลื่อนที่ของลิฟต์ช้าๆ
โดยการบังคับที่เบรคให้ปล่อยๆจนกระทั่งตำแหน่งของตัวลิฟต์เคลื่อนไปในตำแหน่งที่ใกล้
หรือเสมอชั้น ในกรณีที่ปลดเบรกแล้วลิฟต์ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ให้ใช้มือหมุนที่จานหมุน
(ปกติจะอยู่ที่เครื่องจักรขับลิฟต์) โดยบังคับให้ลิฟต์เคลื่อนตัวอย่างช้าๆจนอยู่ในตำแหน่ง
ใกล้หรือเสมอชั้นให้ทำการช่วยเหลือผู้โดยสารตามขั้นตอน และวิธีการเหมือนกันกับกรณี
ลิฟต์ติดค้างเสมอหรือใกล้เคียงกับระดับชั้น
ข้อควรระวัง!!
การช่วยเหลือในกรณีนี้ ในขณะทำการหมุนลิฟต์ต้องแจ้งให้ผู้โดยสารที่ติดค้างทราบอยู่ตลอดเวลาและผู้ทำการช่วยเหลือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในขณะทำการหมุนลิฟต์เพราะอาจจะได้รับอันตราย หรืออุปกรณ์อาจชำรุดเสียหายได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ เหล่านี้ควรได้รับการฝึกฝน และทำความเข้าใจขั้นตอนปฏิบัติอย่างถูกต้อง
3.2 กรณีที่ไม่สามารถหมุนลิฟต์ให้เคลื่อนที่ได้ ซึ่งอาจจะเนื่องจากเครื่องจักรขับลิฟต์ชำรุดหรือ
เบรกฉุกเฉินทำงาน ในการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ติดค้างให้ปฏิบัติดังนี้..
» ทำการปิด MAIN BREAKER เพื่อตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้กับลิฟต์ เพื่อความปลอดภัยใน
ขณะทำการช่วยเหลือ
» ใช้กุญแจฉุกเฉินไขประตูบานนอกชั้นที่ใกล้ กับตำแหน่งที่ลิฟต์ค้าง
» ใช้บันไดวางจากตำแหน่งหน้าชั้นลงบนหลังคาลิฟต์ ผู้ทำการช่วยเหลือจะต้องอยู่ในชุดที่
รัดกุม และใช้เข็มขัดนิรภัย
» เปิดประตูฉุกเฉินจากบนหลังคาลิฟต์ แล้วนำบันไดอีกชุดหนึ่ง พาดลงไปในตัวลิฟต์พร้อม
กับผู้ทำการช่วยเหลือเข้าไปในตัวลิฟต์ ทางประตูฉุกเฉิน ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคนยังคงอยู่
บนหลังคาลิฟต์
» เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปในตัวลิฟต์จะต้องให้คำแนะนำ และช่วยเหลือให้ผู้โดยสารใช้บันไดขึ้น
ไปยังประตุฉุกเฉินในขณะที่เจ้าหน้าที่ ที่อยู่บนหลังคาลิฟต์คอยช่วยเหลือเมื่อผู้โดยสาร ออก
จากประตูฉุกเฉิน และอยู่บนหลังคาลิฟต์
» เจ้าหน้าที่บนหลังคาลิฟต์ ช่วยเหลือให้ผู้โดยสาร ใช้บันไดอีกตัวขึ้นจากหลังคาลิฟต์ เพื่อออก
ไปยังประตูหน้าชั้น ที่เปิดไว้ โดยต้องมีเจ้าหน้าที่อีกคนคอยช่วยเหลืออยู่
* ในกรณีนี้ผู้ทำการช่วยเหลือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะเกิดอันตราย กรณีพลาดตกลงในช่องบ่อลิฟต์ได้ ทุกครั้งที่ปฏิบัติ ทั้งผู้โดยสารและผู้ช่วยเหลือต้องใช้เข็มขัดนิรภัย อย่างไรก็ตามในกรณีนี้อาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้
หมายเหตุ : เมื่อทำการช่วยเหลือผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว ผู้ทำการช่วยเหลืออย่าพยายามตรวจซ่อมลิฟต์ด้วยตัวเอง ควรแจ้งให้บริษัทที่รับผิดชอบทราบทันที และคอยให้รายละเอียดต่างๆที่เกิดขึ้นด้วย






